หน้าแรก » ดูละคร » เหยี่ยวรัตติกาล

เหยี่ยวรัตติกาล

โพสต์โดย : Mod เมื่อ 8 มี.ค. 2559 09:12:36 น. เข้าชม 471 ครั้ง แจ้งลบ

เรื่องย่อ เหยี่ยวรัตติกาล

      เรื่องราวของเหยี่ยวศักดิ์สิทธิ์พันปี ซึ่งเป็นพรจากสวรรค์  ที่ร่ำลือกันว่ามีผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งได้รับพลังพิเศษนั้น จนสามารถเปลี่ยนให้เหนือมนุษย์จนเธอกลายเป็นฮีโร่สาว

      เมื่อครั้งตำรวจมือสะอาด รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์ (โอ๋-ฐาปกรณ์) กับรัตนา (ตุ๋ย-นวลปรางค์) ภริยานายตำรวจ ได้กำเนิดเด็กหญิงราตรี หรือ น้องไนท์  ลูกสาวราตรีเกิดตอนเที่ยงคืน ของวันที่ 12 เดือน 12 พอดี จึงได้ชื่อนี้และชื่อเล่นว่าไนท์  เมื่ออายุ 5 ขวบ ศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาพาราตรีได้พาลูกสาวไปเที่ยวหัวหิน ระหว่างทางกลับบ้าน ราตรีได้เห็นแสงสีทองเปล่งสว่างมาจนสะท้อนเข้าตา ราตรีจึงร้องทักด้วยความตกใจ เมื่อศักดิ์สิทธิ์กับรัตนาเห็นปรากฏว่าเป็นแดดที่สะท้อนจากหลังคาวัดแห่งหนึ่ง รัตนาจึงบอกให้ศักดิ์สิทธิ์แวะไหว้พระก่อนกลับบ้าน เมื่อเข้าไปกราบพระในโบสถ์ ในขณะที่รัตนากับศักดิ์สิทธิ์กำลังสนทนาธรรมกับพระ เจ้าอาวาส สาวน้อยราตรีก็หายตัวไป รัตนาตกใจรีบพาศักดิ์สิทธิ์ออกไปตามหา ได้ไปเจอราตรีกำลังคุยเล่นกับลุงคนท่านหนึ่ง 

      ซึ่งหลวงพ่อได้เล่าว่าลุงคนนี้แก ชื่อลุงมายง แกเป็นคนทิเบตที่มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ผู้เป็นแม่อย่างรัตนาก็ยังไม่วางใจเป็นห่วงลูกสาว เมื่อกลับถึงบ้านยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อรัตนาเห็นสร้อยรูปเหยี่ยวอยู่ที่คอราตรี เมื่อศักดิ์สิทธิ์เห็นจึงรู้ว่าน่าจะเป็นของลุงมายง เพราะชาวทิเบต นับถือเหยี่ยว รัตนาบอกให้เอาสร้อยไปคืน แต่ศักดิ์สิทธิ์กลับว่าดูราตรีคงจะชอบสร้อยเส้นนี้ และลุงมายงน่าจะแอบให้เพราะรู้ว่าถ้าให้กับพ่อแม่คงไม่ยอมรับเพราะเป็นเหรียญที่มีค่าอย่างนี้  หากเอาไปคืนวันนี้ลุงมายงคงจะเสียใจแน่ ค่อยหาโอกาสเอาไปคืนในวันหลังแล้วกัน 

      เมื่อตกกลางคืนที่ห้องนอนของราตรี มีแสงเรืองรองเปล่งออกมาจากเหรียญรูปเหยี่ยวที่คอของราตรี แล้วเหรียญนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในร่างของสาวที่กำลังหลับใหลอย่างไม่รู้สึกตัว

      เมื่อรุ่งเช้าศักดิ์สิทธิ์และรัตนาพบว่าสร้อยนั้นไม่ได้อยู่ที่คอราตรี ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคิดว่าราตรีคงเล่นและทำตกหายไป จนศักดิ์สิทธิ์และรัตนาค่อยๆลืมเรื่องนี้ไป                

      เมื่อ 15 ปีผ่านไป..สาวน้อยก็เริ่มโตเป็นสาว ราตรี (จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ)  ได้จบการศึกษาสาขานิติศาสตร์และได้ทุนไปเรียนต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อเมริกาจน เธอจบโทจึงเดินทางกลับมาเมืองไทย ซึ่งตอนนี้ศักดิ์สิทธิ์พ่อของเธอก็ได้เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ เมื่อราตรีกลับมาอยู่ไทยได้ทำงานเป็นทนายอิสระช่วยว่าความช่วยเหลือคนจน และราตรีมีเพื่อนเก่าชื่อ นุชนาถ (เตย-กัญญกร) เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ฉบับเล็กๆ ฉบับหนึ่ง ชื่อ อธิปไตย 

      เมื่อ กิจการของ นุชนาถ ถูกฟ้องร้องจาก นายสมศักดิ์ นักธุรกิจมาเฟียคนหนึ่ง ตระกูลวงศาเจริญยิ่ง ซึ่งนุชนาถเธอได้ลงข่าวว่ามีส่วนพัวพันกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงภาษี รวมทั้งซื้อที่นาจ้างคนทำนาให้กับบริษัทต่างชาติที่หนุนหลังอยู่  การฟ้องร้องครั้งนี้นุชนาถได้ติดต่อ ราตรีมาช่วยว่าความให้..และด้วยความฉลาดของราตรีทำให้นุชนาถหลุดจากคดี  ซึ่งสมศักดิ์นักธุรกิจมาเฟียโกรธแค้นอย่างมาก .... 

      นุชนาถพาราตรีไปฉลองความสำเร็จจากการหลุดคดีครั้งนี้ ระหว่างทางนุชนาถกำลังขับรถมาส่งราตรี จู่ๆก็มีรถตู้มาปาดหน้าและมีมือปืน 4-5 คนลงมาจากรถยิงสาดด้วยปืนกล  ซึ่งทำให้นุชนาถถูกกระสุนทรุด เมื่อราตรีเห็นเธอจึงเอาร่างของเธอบังร่างของนุชนาถไว้ จนกระสุนถูกร่างของราตรีทั้งตัว ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองสาดออกมาจากร่างของราตรี จนพวกมือปืนต่างตกใจ เพราะแสงสว่างจ้าจนมองอะไรไม่เห็น ทันใดนั้นก็มีเสียงเหมือนเหยี่ยวร้อง จนแสบหูและมีเงาดำปรากฏ จนพวกมือปืนสาดกระสุนปืนเข้าใส่เสียงและเงาดำดังสนั่นหวั่นไหว แต่แล้วเงาดำก็วูบเข้ามาใกล้ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิท

      เมื่อผู้กองเซนต์ (วิน-ธาวิน) มาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ถึงกลับต้องแปลกใจเมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่า พบศพของคนร้าย 5 คน ซึ่งแต่ละคนมีแผลเหวอะหวะที่คอหอยดูเหมือนถูกกรงเล็บของสัตว์ปีกขนาดใหญ่ ซึ่งกำลังส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ว่าเป็นกรงเล็บของสัตว์ชนิดใด ขณะที่นุชนาถอยู่ในห้องพักฟื้น มีอาการบาดเจ็บจากถูกยิงแต่ปลอดภัยแล้ว ราตรีนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ สักพักนุชนาถก็รู้สึกตัว นุชนาถบอกว่าสงสัยจะต้องปิดหนังสือพิมพ์กิจการของตัวเองเพื่อความปลอดภัยและครอบครัว แต่ราตรีขอให้เปิดต่อไป โดยที่ตัวเธอเองจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดเอง เพราะเธอเองก็ไม่ยอมปล่อยให้พวกที่มีอิทธิพลพวกนี้ลอยนวลเช่นกัน ในที่สุดนุชนาถก็ตกลงที่จะเปิดกิจการของตนต่อ

      ผู้กองเซนต์มารอราตรีที่โรงพยาบาล เพื่อจะหาข้อมูลเกี่ยวกะเหตุการณ์นี้โดยสอบปากคำว่าราตรีรอดมาได้อย่างไร และเห็นเหตุการณ์อะไรบ้าง ราตรีบอกว่าตัวเธอเองก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองมากกว่า เมื่อสอบปากคำเสร็จเซนต์อาสาไปส่งราตรี ระหว่างทางนั้นเซนต์ถามถึงนุชนาถว่าเป็นอย่างไรบ้าง ราตรีเล่าว่าเธอกลัวและตกใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้มากจนจะปิดกิจการของตัวเองเพื่อความปลอดภัยเลยทีเดียว แต่ราตรีขอสานต่องานทั้งหมดเอง ซึ่งเซนต์ก็ได้เตือนราตรีให้ระวังตัว เพราะแก๊งนี้มันมีอิทธิพลมาก อย่างไรก็ตาม เซนต์จึงให้นามบัตรราตรีไว้เพื่อความปลอดภัย และบอกว่าตนเองก็ไม่ชอบระบบคอรัปชั่นและตอนนี้ก็กำลังพยายามที่จะกำจัดพวกมาเฟียเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่จะช่วยได้ก็ขอให้ราตรีโทรหาตน ราตรีกล่าวขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือและหวังว่าเซนต์เป็นตำรวจที่ดีอย่างที่เธอคิด เมื่อราตรีถึงคอนโด ก็ได้ดูร่างกายตนเองด้วยความแปลกใจเหมือนกันว่าตัวเองรอดมาได้  ขณะที่เสียงโทรศัพท์ของราตรีก็ดังขึ้นเป็นสายจากคุณพ่อศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยลูกรีบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และบอกให้ราตรีกลับมาหาโดยเร็วที่สุด ซึ่งราตรีแปลกใจเล็กน้อยและได้รับปากว่าจะไปหาแต่เช้าทันที

      พอรุ่งเช้าราตรีรีบไปหาพ่อแม่ที่บ้านตามที่ได้รับปากกับพ่อไว้ เมื่อถึงบ้ายพ่อก็รีบพาราตรีขึ้นไปห้องพระในบ้าน และถามถึงเหตุการณ์เรื่องเหยี่ยวที่เป็นข่าว ราตรีทำหน้างงบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลย และในที่สุดพ่อก็เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวที่ราตรีได้รับมาจากลุงท่านหนึ่งเมื่อตอนเด็กๆ ศักดิ์สิทธิ์สันนิษฐานว่าเหยี่ยวจากเหรียญนั้นที่ได้มาจากลุงมาช่วยราตรี ซึ่งพอราตรีได้ยินราตรีไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก พ่อจึงพาราตรีไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสที่วัดหัวหิน ซึ่งเป็นอาจารย์ที่นับถือมาก

      เมื่อครั้งหลวงพ่อได้พบกับราตรีก็ทักขึ้นมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องเหรียญเหยี่ยวให้ฟัง หลวงพ่อยังบอกว่าราตรีได้รับพลังวิเศษบางอย่างจากเหยี่ยว  เมื่อใดที่ราตรีนึกถึงมันพลังของเหยี่ยวก็จะทำให้ร่างกายของราตรีมีพลังวิเศษ สามารถต้านต่ออาวุธทุกชนิด เพราะมีชั้นเชิงในการล่าหรือต่อสู้กับศัตรูเหมือนเหยี่ยว ประสาทสัมผัสเหมือนเหยี่ยว มีสัญชาติในการได้ยินและการมองเห็นเหมือนเหยี่ยว และที่สำคัญถ้าราตรีเชื่อและศรัทธาในสิ่งที่ตนเองมี ก็จะสามารถบินได้เหมือนเหยี่ยว เหมือนกับว่าราตรีเป็นเหยี่ยวตามตำนานที่เล่าขาลกันมาช้านานของชาวทิเบต เมื่อราตรีฟังแล้วคาดไม่ถึง ส่วนศักดิ์สิทธิ์กลับพยักหน้าเชื่ออย่างสนิทใจ และบอกให้ราตรีตั้งสมาธินำพลังของเหยี่ยวมาใช้เพื่อป้องกันตัวเอง และปราบพวกอธรรมและพวกไม่มีศีลธรรมอย่างที่ราตรีตั้งใจไว้  ราตรีจึงรับปากว่าจะลองทำทุกอย่างเพื่อให้พลังเกิดขึ้นจริง อย่างที่ท่านอาจารย์วัดหัวหินได้กล่าวไว้

      ราตรีจัดงานแถลงข่าวที่เรื่องนุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์และเธอจะเป็นรับหน้าที่แทน ทั้งนี้เพื่อให้คนที่ตามทำร้ายเลิกยุ่งกับนุชนาถและครอบครัวของเธอ  ข่าวที่นุชนาถถอนตัวจากหนังสือพิมพ์ ทำให้สมศักดิ์สะใจมากที่เขาจัดการกับนุชนาถได้  และคนที่รับหน้าที่คนใหม่ก็คงไม่กล้ายุ่งกับตนอีก นายสมศักดิ์ถูกเรียกตัวไปประชุมกับนักธุรกิจอีก 10 คน โดยมี นายพิเชษฐ์ (บี๋-สวิช) ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในสังคมเป็นหัวหน้าใหญ่ พิเชษฐ์บรรยายแผนให้ทุกคนขยายเครือข่ายเพิ่มไปในทุกจังหวัดแทรกแซงเข้าหน่วยราชการต่างๆ  เป้าหมายคือควบคุมการดำเนินการทางธุรกิจใหญ่ทุกอย่างของประเทศ  สุดท้ายพิเชษฐ์ตำหนิว่าสมศักดิ์ทำงานโดยพละการ ทำให้ตกเป็นเป้าหมายข่าวใหญ่ ซึ่งเป็นที่จับตามองของสังคม และกฎหมายซึ่งจะทำให้เป็นภัยต่อองค์กร และบอกห้ามให้ทุกคนอย่าเอาเยี่ยงอย่างสมศักดิ์ สมศักดิ์ยืนยันว่าตนสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้อย่างแน่นอน

      หลังจากราตรีเข้าคุมกิจการของนุชนาถอย่างเต็มตัว ต่อมาราตรีก็ลงข่าวการถูกยิงของนุชนาถ ซึ่งมีรายชื่อสมศักดิ์เกี่ยวข้องอยู่ด้วย หวังแก้แค้นและปราบปรามแก๊งนี้ ทำให้สมศักดิ์โกรธมากเพราะยิ่งตกเป็นเป้าสังคม จึงคิดกำจัดราตรี แต่เซนต์สนใจราตรีตั้งแต่แรกพบเพราะด้วยความน่ารักและหน้าตาสะสวยของราตรี จึงหาเรื่องมาที่สำนักพิมพ์บ่อย ๆ อ้างเรื่องนู้นเรื่องนี้มาสอบสวนเพิ่มเติม และมาคอยมาเตือนแผนการของนายสมศักดิ์อาจหาทางเล่นงานราตรี  

      เมื่อรุ่งเช้าราตรีได้ขับรถไปบ้านพักต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านของศักดิ์สิทธ์ ที่สร้างไว้เพื่อพักผ่อน และอยู่ลึกเข้าไปห่างไกลผู้คน ราตรีเดินทางไปเพื่อที่จะนั่งสมาธิหาความสงบเพื่อเรียกพลังเหยี่ยวที่อยู่ในตัวออกมาตามที่พ่อลองบอก เมื่อถึงที่พักราตรีนั่งสมาธิจนเข้าถึงสมาธิ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกได้ยินเสียงรอบตัว สายตาของเธอเห็นทุกอย่างที่คิดอยากเห็น โดยเธอลองคิดเห็นสมศักดิ์ดูซึ่งภาพที่ปรากฏได้เห็นเช้ามาเฟียสมศักดิ์กำลังคิดแผนการวานเมื่อปีนเพื่อมากำจัดเธอ ขณะที่คิดนั้นราตรีโมโห ร่างกายของเธอเกิดลอยขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อเธอลืมตาก็เห็นว่าตัวเองลอยอยู่บนอากาศ ราตรีจึงคิดว่าอยากจะบิน ทันใดนั้นตัวเธอก็พุ่งออกหน้าต่างไปอยู่เหนือหลังคา ราตรีทดสอบร่อนไปร้อนมาดูก็ทำได้อย่างที่คิด

      ต่อมานายสมศักดิ์ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งเขียนถึงนายสมศักดิ์ว่ามีความผิดฐานสั่งการให้สังหารชีวิตของคู่แข่ง และผู้ที่เป็นอริกับเขาหลายครั้งหลายหน ต้องได้รับกรรมที่ก่อไว้ด้วยชีวิต ลงชื่อ เหยี่ยวรัตติกาล เมื่อสมศักดิ์ได้อ่านจดหมาย สมศักดิ์จึงโกรธ ที่ใครมากล้าข่มขู่ตน จึงจัดงานแถลงข่าว และเอาจดหมายให้นักข่าวดู แก้ไขความผิดว่าตนถูกใส่ร้าย พร้อมประกาศท้าทายว่าตนพร้อมที่จะลุยกับเหยี่ยวรัตติกาลได้ทุกที่ทุกเวลา 

      ครั้งคืนหนึ่งสมศักดิ์ได้ออกจากงานเลี้ยงพอเสร็จจากงานเลี้ยงจึงแวะไปที่ตึกทำงานของตน แต่พอกำลังจะจอดรถหน้าตึก.. จู่ๆก็เห็นเงาร่อนอยู่เหนือตึก บอดี้การ์ดต่างรีบพาสมศักดิ์เข้าไปในตึก แต่พอขึ้นไปถึงที่ทำงานถึงกลับตกใจเมื่อพบกับร่างหญิงสาวในชุดหนัง และใบหน้ามีหน้ากากอำพรางเห็นแต่ตาที่คมกริบ พวกมือปืนต่างสาดกระสุนเข้าใส่ร่างหญิงปริศนา แต่ร่างหญิงปริศนาก็พุ่งออกหน้าต่างหายไป พวกบอดี้การ์ดรีบพาสมศักดิ์หนี แต่ทันใดนั้นเองร่างหญิงสาวปริศนาก็พุ่งกลับเข้ามาทางกระจกสาดกระสุนเข้าใส่พวกบอดี้การ์ด ต่อสู้ด้วยด้วยความคล่องแคล่วว่องไว จนกระทั่งเหลือแต่สมศักดิ์คนเดียว หญิงสาวปริศนา พุ่งเข้ามากล่าวคำลาและจบชีวิตคนชั่วอย่างสมศักดิ์ลงในที่สุด 

      รุ่งขึ้นเมื่อข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อธิปไตย ได้มีภาพของหญิงปริศนาใส่หน้ากากลอยลงจากยอดตึกลงสู่พื้น และจับภาพได้โดยเหยี่ยวข่าวสาวคนดังคนล่าสุดของเมืองไทย คือราตรีนั้นเอง ภายในมีข่าวของสมศักดิ์เสียชีวิตและพบนามบัตรของเหยี่ยวรัตติกาลอยู่บนศพของสมศักดิ์อีกด้วย ซึ่งมีข้อความต่อท้ายว่า “จุดจบของผู้ที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน” มวลชนนักข่าวต่างเดินทางมายังสำนักงานหนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อจะสัมภาษณ์ราตรี ราตรีจึงให้สัมภาษณ์ว่าตัวเธอเองได้ติดตามพฤติกรรมของนายสมศักดิ์มานานพอสมควร และได้เห็นเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวจึงได้มีโอกาสเก็บภาพแบบไม่ค่อยรู้รายละเอียดอะไรอีกเลย 

      เซนต์เมื่อได้ยินข่าวจึงมาหาราตรีชวนเธอไปนั่งทานกาแฟ และขอสอบถามเรื่องข่าวเหยี่ยวรัตติกาล ซึ่งราตรีปฏิเสธทันใดและกล่าวว่าดีใจที่มีเหยี่ยวรัตติกาลออกมากวาดล้างผู้มีอำนาจและอิทธิพลที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เซนต์ยิ้มบอกว่าตนก็เห็นด้วย และจนใจที่ตัวเองได้รับคำสั่งให้สืบสวนและตามจับตัวเหยี่ยวรัตติกาลมาให้ได้ หลังจากนั้นก็มีแต่ข่าวของเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือคนที่ถูกทำร้าย ปล้น รังแก อยู่ไม่ขาดสาย และมีภาพลงข่าวอยู่เรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนภาพนั้นย่อมมาจากหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรี เพราะเป็นฝีมือของราตรีเท่านั้น จึงเป็นที่น่าอิจฉาและข่าวซุบซิบว่าราตรีมีส่วนรู้เห็นกับคดีที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาล แต่ราตรีก็ได้ปฏิเสธและอ้างว่าตนเป็นนักข่าวที่คอยเฝ้าคอยติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว ช่วยไม่ได้ที่นักข่าวคนอื่น ๆไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะได้ภาพเหยี่ยวรัตติกาล

      เป็นเพราะที่หนังสือพิมพ์อธิปไตยมีรูปของเหยี่ยวรัตติกาลลงข่าวและอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งชาวบ้านในต่างจังหวัดทุกหนทุกแห่งเมื่อมีเรื่องร้อนใจหรือเดือดร้อนถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล ก็จะส่งจดหมายเข้ามาลงที่หนังสือพิมพ์อธิปไตย เพื่อหวังว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะมาช่วยเหลือ หลังจากที่บทความขอความช่วยเหลือได้ลงหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น ต่อมาก็มีข่าวว่าของเหยี่ยวรัตติกาลปรากฏตัวปราบพวกเหล่าร้ายพวกนั้นจนราบคาบ สร้างความเกรงกลัวให้พวกคนร้าย และยิ่งทำให้คนส่งสารผ่านมาทางหนังสือพิมพ์อธิปไตยมากขึ้น

      พิเชษฐ์กดดันให้ทางการสั่งปิดหนังสือพิมพ์อธิปไตยของราตรีไป เพราะเหตุทำให้เกิดความวุ่นวายผู้คนแตกตื่น แต่ราตรีก็ว่าความจนหลุดคดีความจนได้ การตายของสมศักดิ์นั้นทำให้พิเชษฐ์ต้องสั่งหน่วยงานของตนให้ระวังตัวและทำงานกันอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหน่วยงานของสรสินก็ถูกบุก หัวหน้าหน่วยถูกเก็บและเครือข่ายที่อยู่ต่างจังหวัดถูกทำลายด้วยฝีมือของเหยี่ยวรัตติกาลทั้งสิ้น ทำให้พิเชษฐ์โกรธแค้นอย่างมาก สั่งเพิ่มกำลังเครือข่ายและป้องกันอย่างเต็มที่ และทำตัวอย่าง เป็นบุคคลดีเด่นที่สังคมยอมรับ โดยที่สังคมไม่มีใครรู้ว่าพิเชษฐ์ซ่อนความชั่วร้ายไว้มากมาย ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจ

      เซนต์ และราตรีต่างก็สืบสวน และหาทางเปิดเผยหน้ากากที่แท้จริงนายสรสินให้สังคมได้รู้ โดยมีผู้ช่วยเซนต์ชื่อ ก้องเกียรติ (หลุยส์ เฮสดาร์สัน) และผู้ช่วยราตรีชื่อ  อีท (แจม-ปาณิชดา) ได้คอยประสานคอยช่วยเหลือการในการวางแผนกระชากหน้ากากของพิเชษฐ์และกระบวนการของเขาทั้งหมด แต่สังคมส่วนใหญ่ถูกปิดหูปิดตาด้วยเงินที่นายพิเชษฐ์ทุ่มลงไปอย่างไม่อั้น ซึ่งเงินที่มาปิดหูปิดตานั้นก็มาจากการรีดไถผูกขาดค้ากำไรเอาเปรียบผู้อื่นทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลจะปราบปรามทำลายเครือข่ายต่าง ๆ ของนายพิเชษฐ์ไปมากมายเพียงใดแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเครือข่ายของนายพิเชษฐ์ได้  ซึ่งที่จริงเหยี่ยวรัตติกาลก็สามารถจบชีวิตของนายพิเชษฐ์ได้ แต่เชื่อว่าต้องมีตัวแทนมาสานต่อขบวนการชั่วของมันอยู่ดี ซึ่งมีทางเดียวคือต้องเปิดโปงความชั่วให้สังคมได้รู้ความจริงเท่านั้น และเมื่อสังคมรู้ความจริงจะทำให้นายพิเชษฐ์หมดสภาพขบวนการของนายพิเชษฐ์ต้องพังพินาศลงอย่างแน่นอน

      เซนต์ และราตรีได้ใช้เวลาร่วมกันหาความจริงจนเกิดความรู้สึกดีและสนิทสนมมีใจต่อกัน และต้องเผชิญกับอันตรายร่วมกันหลายครั้งจากพวกมือปืนนักฆ่าของพิเชษฐ์ ทำให้ทำให้มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันมากขึ้น ส่วนเหยี่ยวรัตติกาลช่วยเหลือเซนต์ให้รอดพ้นจากมือปืนจากพิเชษฐ์หลายครั้ง จนเซนต์ก็ชื่นชมเหยี่ยวรัตติกาลมาก แต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งผู้บังคับบัญชาของตน หรือหน่วยงานอื่นที่จ้องจะจับเหยี่ยวรัตติกาลให้เลิกตามล่าให้ได้ เมื่อข่าวเหยี่ยวรัตติกาลลือกันไปทั่วที่ว่าเหยี่ยวรัตติกาลมีพลังที่ลึกลับ ถึงกับส่งคนไปตามหาคนที่มีความรู้เรื่องเหยี่ยวมาจากทิเบต เพื่อมากำจัดเหยี่ยวรัตติกาลได้พบอาจารย์ผู้มีวิชาหลายอย่าง ทั้งสะกดจิต บังคับจิตคนให้เห็นในสิ่งต่างๆ  เมื่อสรสินทราบข่าวจึงให้อาจารย์ผู้นี้ใช้วิชากำจัดศัตรูของตนด้วยไปในตัว 

      เหยี่ยวรัตติกาลออกช่วยเหลือผู้คนตามเคยและได้มีการเผชิญหน้ากับอาจารย์ผู้นี้หลายครั้งและมีการต่อสู้กันซึ่ง ฝีมือสูสีกินกันไม่ลง เมื่อความคืบหน้าการสืบสวนของเซนต์และราตรี ก็พบหลักฐานสำคัญการโยกย้ายเงินที่เกี่ยวข้องของพิเชษฐ์ ซึ่งโยงใยในเครือข่ายต่างๆ รวมถึงหลักฐานการรับเงินจากต่างประเทศของพิเชษฐ์ ได้ถูกเปิดโปงในที่สุด สรสินเร่งให้อาจารย์ใช้วิชาอาคมกำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้หวังปิดปากไม่ให้โยงมาถึงตน แต่เหยี่ยวรัตติกาลก็รู้แผนทัน ตามทุกย่างก้าว จนติดกับดัก ในที่สุดก็ซ้อนแผนการและสามารถกำจัดอาจารย์ผู้นี้ได้ พิเชษฐ์ได้รับโทษที่ตนเองทำ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีพ เมื่อความจริงถูกเปิดโปง เครือข่ายและผู้อยู่เบื้องหลังถูกล้มละสลายทั่วประเทศ จนบ้านเมืองสงบเป็นปกติไม่มีใครโดนโกงและโดนขูดรีด ทำให้ไม่มีใครเห็นเหยี่ยวรัตติกาลอีกเลย

      หลังจากสำเร็จผลจนสามารถจัดการกับคนชั่วคอรัปชั่นได้แล้ว  เซนต์กับราตรีต่างฉลองความสำเร็จและความรักของเซนต์กับราตรีที่หวานชื่นและดำเนินต่อไป ไม่มีใครรู้ว่าเหยี่ยวรัตติกาลคือใคร ซึ่งก็เป็นที่ติดค้างคาใจของเซนต์และทุกคนก็คือ เหยี่ยวรัตติกาล คือใครติดตามชม ละครเหยี่ยวรัตติกาล ได้เร็ว ๆ นี้ทาง ช่อง 7 สี และสามารถติดตามเรื่องย่อละครได้ที่ movie.sanook

รายชื่อนักแสดวนำใน ละคร เหยี่ยวรัตติกาล

ราตรี              แสดงโดย          อคัมย์สิริ สุวรรณศุข  

เซนต์             แสดงโดย          ธาวิน เยาวพลกุล   

ก้องเกียรติ       แสดงโดย          หลุยส์ เฮสดาร์ซัน  

อีท                แสดงโดย          ปาณิชดา แสงสุวรรณ  

พิเชษฐ์           แสดงโดย          สวิช เพชรวิเศษศิริ  

เรวดี              แสดงโดย          อนิสา นูกราฮา   

นุชนาถ           แสดงโดย          กัญญกร พินิจ  

รอง อ.ธ.ศักดิ์สิทธิ์          แสดงโดย          ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์   

รัตนา             แสดงโดย          นวลปรางค์ ตรีชิต 

พีท               แสดงโดย          พัฒนะ พันธุ์เทวะ   

อาจารย์บาตง   แสดงโดย          ทองขาว ภัทรโชคชัย  

ทัช               แสดงโดย          ตรีวรัตถ์ ชุติวัฒน์ขจรชัย  

ซาเอะ           แสดงโดย          กฤษณ์ ไตรรัตน์  

ขอขอบคุณภาพจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/เหยี่ยวรัตติกาล

facebook