หน้าแรก » ข่าวเศรษฐกิจ สังคม » อย่าปล่อยสังคมเน่าเฟะ ทุจริตเงินคนจน

อย่าปล่อยสังคมเน่าเฟะ ทุจริตเงินคนจน

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 2 มี.ค. 2561 11:27:26 น. เข้าชม 102 ครั้ง แจ้งลบ


มีคนเป็นอันมากงุนงงสงสัยขณะที่สังคมต่างแสดงความชื่นชมยินดีที่ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดโปงการทุจริตโกงกินเงินสงเคราะห์คนอนาถา แต่อาจารย์บางคนกลับกล่าวหาว่าเธอเป็นเด็กโกหก และบังคับให้กราบขอโทษผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น และอาจารย์บางคนตำหนิว่าทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสีย

อาจารย์น่าจะภาคภูมิใจที่มีนิสิตผู้กล้าหาญอย่าง น.ส.ปณิดา กล้าออกมาเปิดโปงเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สั่งให้เธอกรอกข้อความในเอกสารเท็จ ปลอมลายมือชื่อบุคคลที่ควรได้รับเงินสงเคราะห์เพื่อเบิกเงินเข้ากระเป๋าตนเอง กว่า 2,000 ราย เป็นเงินเกือบ 7 ล้านบาท น.ส.ปณิดาทนดูไม่ไหวจึงร้องเรียนองค์กรผู้มีอำนาจ และนำไปสู่การตรวจสอบศูนย์คนจนทั่วประเทศ

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า ได้ส่งทีม ป.ป.ท. ไปตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกว่า 20 แห่ง พบส่อไปในทางทุจริต 12 จังหวัด รวมทั้งเชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สระบุรี และสุราษฎร์ธานี เป็นต้น โดยตรวจเฉพาะงบช่วยเหลือคนจนของปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมีทั้งหมด 493 ล้านบาท

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นนำไปสู่การย้าย ผอ.ศูนย์ขอนแก่นและเจ้าหน้าที่ 3 คน ขณะที่นายกรัฐมนตรีสั่งย้ายปลัดและรองปลัดของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน หรือว่าจะรู้แต่ถือว่าเป็นประเพณี เรื่องเพิ่งจะแดงขึ้นจากการเปิดโปงของนักศึกษา

มีผู้เปรียบเทียบกรณีงาบเงินคนจนกับการทุจริตเงินทอนวัดมีลักษณะคล้ายกันอย่างหนึ่ง คือ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการในหน่วยราชการที่เป็น “นักบุญ” กรณีเงินทอนวัดมีข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้ถูกกล่าวหา ส่วนกรณีเงินคนจนข้าราชการของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งมีองค์พระประชาบดีเทพแห่งการให้เป็นตราสัญลักษณ์ เป็นหน่วยงานนักบุญ

ก่อนถูกย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้สัมภาษณ์สื่อบางตอนความว่า ผลการตรวจสอบของ ป.ป.ท. กระแสไปไกล ทำให้ภาพลักษณ์องค์กรเสียหาย อยากวิงวอนว่าการทำเรื่องนี้สามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สื่อโหมเช่นนี้ เพราะทำให้ทุกคนเสียหายหมด ภาพลักษณ์ของประเทศก็เสียหาย เป็นการมองในสายตาของข้าราชการ เมื่อองค์กรถูกตรวจสอบ

ป.ป.ท.ไม่ได้ใช้สื่อเป็นเครื่องมือประโคมข่าว แต่สื่อถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำ เมื่อมีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เงินของรัฐที่มาจากภาษีประชาชน โดยทุจริตเข้ากระเป๋าตัวเอง สื่อจึงต้องประโคมข่าวเพื่อฟ้องประชาชน เช่นเดียวกับนักศึกษาที่เปิดโปงเรื่องนี้ ต้องยกย่องว่าเป็นผู้กล้าหาญทางจริยธรรม ทนดูการโกงกินประชาชนไม่ได้ ไม่ยอมปล่อยให้สังคมเน่าเฟะ.


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.thairath.co.th/content/1215750

ภาพข่าวจาก - ไทยรัฐออนไลน์


facebook