หน้าแรก » ข่าวกีฬา ฟุตบอล » สยามสปอร์ต แถลงกรณีถูกยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์ ส.กีฬาฟุตบอล

สยามสปอร์ต แถลงกรณีถูกยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์ ส.กีฬาฟุตบอล

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 13 มี.ค. 2559 18:46:50 น. เข้าชม 514 ครั้ง แจ้งลบ

สยามสปอร์ต แถลงกรณีถูกยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์ ส.กีฬาฟุตบอล

อดิศัย วารินทร์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) และ โอฬาร เชื้อบาง รองกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายกองบรรณาธิการ บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวผลกระทบต่อการยกเลิกสัญญาสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอล ที่สตูดิโอ 1 บมจ.สยามสปอร์ต

ตามที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือยกเลิกสัญญามอบให้ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคม โดยระบุว่า ที่ประชุมสภากรรมการมีมติไม่ประสงค์ให้บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดสดการบันทึกการแข่งขันและภาพไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลดิวิชั่น 1, ลีกภูมิภาค, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ รวมทั้งการแข่งขันภายในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประจำปี 2556 - 2560 ในฐานะตัวแทนสมาคมฯ อีกต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ สตูดิโอ 1 ภายในบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) , ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) และ โอฬาร เชื้อบาง ผู้อำนวยการกองบรรณาธิการ บริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด(มหาชน) ร่วมแถลงข่าวผลกระทบต่อการบอกเลิกสัญญา สิทธิประธยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

โดย นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) เผยว่า การบอกเลิกสัญญาครั้งนี้ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ครั้งนี้ สมาคมเป็นผู้ผิดสัญญาไม่ใช่สยามสปอร์ต แต่เราได้รับผลกระทบ 2 ด้าน คือ 1. ภาพลักษณ์ ที่คนมองว่าเราไปทำอะไรกับวงการฟุตบอลจนเกิดความเสียหาย และ 2. ทรัพย์สินบริษัท อุปกรณ์การถ่ายทอดสด รวมถึงทรัพยากรบุคคล ที่ได้รับผลกระทบจากการบอกเลิกครั้งนี้ ทั้งๆที่เราทำงานด้วยความบริสุทธิ์แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

"เมื่อถึงเวลาผมยืนยันว่าจะมีการเปิดเผยเรื่องสิทธิประโยชน์แน่นอน ที่สำคัญเรายอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ แต่เราอยากให้ทราบว่าบริษัทติดลบมาโดยตลอด ทว่าถูกมองกลับว่าเอาเปรียบสโมสร เพราะช่วงที่ทำสัญญาดูแลสิทธิประโยชน์ เราได้หาเม็ดเงินมาให้กับสโมสรสมาชิกทั้งในไทยลีก, ดิวิชั่น 1, ลีกภูมิภาค ซึ่งการพูดครั้งนี้ไม่ได้ออกมาทวงบุญคุณแต่อย่างใด ทว่าอยากให้ทุกคนได้รับทราบ"

 "จากนี้ไปสยามสปอร์ตจะขอเจรจากับสมาคมฯ โดยเบื้องต้นจะไม่มีการฟ้องร้อง เพราะเราไม่ต้องการทะเลาะหรือสร้างความขัดแย้งให้เกิดวงการกีฬา แต่ถ้าสุดทางจริงๆเราได้ให้ฝ่ายกฏหมายดูเรื่องนี้อยู่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป"

 ด้าน ดร.สรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มติที่ออกมาจากสมาคม ส่งผลให้เกิดผลเสียต่อการลงทุนที่ได้เซ็นเอาไว้ในการดูแลสิทธิประโยชน์กับสมาคมตั้งแต่ปี 56-60 นอกจากนี้ยังกระทบต่อบรรดาสปอนเซอร์ที่ได้เซ็นไว้ ทั้ง โตโยต้า, ยามาฮ่า, เอไอเอส, ช้าง และ โค้ก

"ที่ผ่านมาเราได้รับค่าลิขสิทธิ์ 300 ล้านบาทที่ได้มอบให้กับสโมสรสมาชิกอย่างทั่วกัน จนมาเป็น 600 ล้านในปี 57-59 ที่เราได้มอบค่าลิขสิทธิ์ให้กับทีมไทยลีก 18 ทีม ทีมละ 20 ล้านบาท, ดิวิชั่น 1 จำนวน 18 ทีม ทีมละ 3 ล้านบาท และทีม ด.2 จำนวน 83 ทีม ทีมละ 1 ล้านบาท รวมแล้ว 500 กว่าล้านบาท อีกทั้งเราได้ดูแลเรื่องการถ่ายทอดสดไทยลีก 306 แมตช์, ดิวิชั่น 1, ดิวิชั่น 2 และฟุตบอลถ้วยต่างๆ

 "การถ่ายทอดไทยลีกนั้น ถ้าถ่ายแบบธรรมดาใน กทม.ค่าใช้จ่ายต่อคู่อยู่ที่ 40,000 บาท ต่างจังหวัดต่อคู่ 50,000 บาท แต่ระบบเอชดีที่จะมี 4 คู่ต่อสัปดาห์ ต้องเพิ่มไปถึง 65,000 บาท ต่อคู่ ที่เราต้องจ่ายค่าเช่าสัญญาณให้กับทีโอที และการใช้รถโอบีแต่ละนัดไม่ต่ำกว่าแสนบาทเลยทีเดียว"

พร้อมกันนี้ ดร.สรายุทธ ยังได้ตั้งข้อสังเกตุเรื่องสัญญาของสยามสปอร์ตที่เซ็นไว้กับสมาคมฯ แต่หลุดออกมาบนโลกโซเชียลว่า ตอนที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้เรียกสัญญาของเราดูนั้น เราได้ส่งสัญญาที่มีต่อลูกค้าให้ ซึ่งจำนวนเงินตรงตามที่สปอนเซอร์ได้ไปยื่นข้อมูลให้ดูก่อนหน้านี้กับสมาคม

จากนั้นสมาคมกีฬาฟุตบอลได้ขอดูสัญญาสิทธิประโยชน์ ซึ่งเราได้ถ่ายสำเนาแล้วผมเป็นคนถ่ายรูปแล้วส่งโปรแกรมไลน์ไปให้ 2 คนเท่านั้น คือ พล.ต.ท.พิสัณฑ์ จุลดิลก เลขาธิการ และ คุณชนินทร์ แก่นหิรัญ ฝ่ายกฏหมาย ในวันที่ 4 มี.ค. เพื่อให้สมาคมนำไปใช้ประชุมในวันที่ 7 มี.ค. แต่ในส่วนที่แพร่ไปในเว็บนั้น เรายืนยันว่าไม่ได้มากจากเรา เพราะเราเองไม่เคยนำมาเปิดเผยในที่ประชุมของบริษัทอยู่แล้ว

และจากการอ่านในเว็บดังกล่าวเรื่องสัญญา ใช้ตัวอักษรที่ไม่ใช่การเล่า รวมทั้งเป็นการผิดสัญญากับเราโดยสิ้นเชิงที่ให้ไว้กับเรา เนื่องจากไม่ควรออกมาเช่นนี้ หากเราจะเปิดเผยจริง สยามสปอร์ต ก็มีเว็บไซต์อยู่แล้วฉะนั้นจะนำมาเผยในนั้นไม่ดีกว่าหรือ และเมื่อหลุดออกมาเช่นนี้ควรจะต้องดำเนินคดี เนื่องจากสร้างความไม่เป็นธรรมกับเรา"


อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://sport.sanook.com/211625/
ภาพข่าวจาก - สนุกดอทคอม


facebook